Monday, January 6, 2014

กรณีศึกษา โครงการบรอดแบนด์แห่งชาติของออสเตรเลีย


โครงการบรอดแบนด์แห่งชาติของออสเตรเลียเป็นโครงการที่ถูกจับตามองและได้รับความชื่นชมอย่างกว้างขวาง เนื่องจากเป็นการลงทุนด้านบรอดแบนด์ขนาดใหญ่ที่มีมูลค่าถึง 45.6 พันล้านเหรียญออสเตรเลีย ด้วยการติดตั้งสายใยแก้วนำแสงเพื่อเชื่อมบ้านและสำนักงานจำนวน 93% เข้ากับเครือข่ายอินเตอร์เน็ตความเร็วสูง (Fiber to The Premises หรือ FTTP สำหรับประเทศไทยใช้คำว่า Fiber to The Home หรือ FTTH) และแล้วในปี 2013 รัฐบาลของออสเตรียเลียได้ทบทวนโครงการดังกล่าวด้วยการลดเป้าหมายด้าน FTTP จาก 93% เหลือ 22% และแทนที่ด้วย Fiber to Node (FTTN) 71% ข้อแตกต่างสำคัญของ FTTP และ FTTN คือ FTTP จะติดตั้งสายใยแก้วนำแสงไปจนถึงบ้าน แต่ FTTN จะติดตั้งสายใยแก้วนำแสงไปให้ใกล้บ้านที่สุดแต่ยังเข้าไม่ถึงบ้านเรียกว่า Node แล้วติดตั้งสายทองแดงจาก Node ไปถึงบ้านด้วยเทคโนโลยี VDSL, VDSL Vectoring หรือ G.fast

บรอดแบนด์เทคโนโลยีที่กับการเปลี่ยนแปลง

  1. Fiber To The Premises (FTTP) ใช้ 93% ตามแผนเดิม ลดเหลือ 22% ในแผนใหม่
  2. Fiber To The Node (FTTN) ไม่เคยคิดจะใช้ในแผนเดิม เพิ่มเป็น 71% ในแผนใหม่
  3. Fixed Wireless Broadband ใช้ 4% ไม่เปลี่ยนแปลง
  4. ดาวเทียม ใช้ 3% ไม่เปลี่ยนแปลง
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวทำให้สามารถลดงบประมาณเหลือ 29.5 พันล้านเหรียญออสเตรเลีย หรือสามารถประหยัดเงินได้มากกว่า 30% แต่ก็ต้องแลกกับ การลดความเร็วสูงสุดจาก 1 Gbps เหลือ 50 Mbps

เปรียบเทียบโครงการก่อนและหลังการทบทวน Sources: NBN Co; Coalition’s NBN policy statements; “Energy Consumption in Access Networks,” J. Baliga, R.S. Tucker, et al., Optical Fiber Communication/National Fiber Optic Engineers Conference, 2008;
IEEE

โครงการบรอดแบนด์แห่งชาติของออสเตรเลีย


เมื่อปี ค.ศ. 2009 รัฐบาลออสเตรเลียได้รับการชื่นชมจากคนทั่วโลกจากนโยบายบรอดแบนด์แห่งชาติ (Nation Broardband Network) ซึ่งตั้งเป้าหมายจะติดตั้งโครงข่ายใยแก้วนำแสงไปยังที่พักอาศัยและสถานประกอบการครอบคุม 93% ของประเทศ ที่เหลือใช้ Fixed Wireless Broadband และดาวเทียม  ซึ่งโครงข่ายดังกล่าวสามารถให้บริการอินเตอร์เน็ตที่มีความเร็วสูงสุดถึง 1 Gbps โดยเลือกใช้เทคโนโลยี Gigabit Passive Optical Network (GPON)

โครงการเริ่มต้นด้วยการตั้งบริษัทกลางชื่อ NBN Co และเริ่มดำเนินการติดตั้งโครงข่ายในปี 2010 โดยมอบหมายให้ NBN Co เป็นผู้ดำเนินการติดตั้งโครงข่ายใยแก้วนำแสงไปยังบ้านผู้ใช้งานแล้วขายส่งให้กับผู้บริการอินเตอร์เน็ต ผู้ใช้เช่าก็สามารถเช่าต่อจากผู้ให้บริการอินเตอร์เน็ตอีกที แนวคิดนี้ทำให้ประเทศไม่ต้องลงทุนซ้ำซ้อนเพื่อติดตั้งสายใยแก้วนำแสงระหว่างผู้ให้บริการแต่ละราย กรณีนี้ประเทศไทยเป็นตัวอย่างที่ดี ลองมองเสาไฟฟ้าในแหล่งชุมชนดูสิ

3 ปีของการดำเนินการ NBN Co เปิดให้บริการแล้ว 126,251 ราย ทั้งนี้เป็นการให้บริการผ่านสายใยแก้วนำแสงจำนวน 76,623 หรือประมาณ 60.7% คำถามจึงตามมามากมาย เกิดอะไรขึ้น? ปัญหาส่วนใหญ่มุ่งไปที่ภูมิประเทศของออสเตรเลียที่มีพื้นที่ขนาดใหญ่แต่มีความหนาแน่นของประชากรต่ำทำให้การติดตั้งสายใยแก้วนำแสงไปยังบ้านทุกหลังเป็นเรื่องยากมาก

ในที่สุดรัฐบาลผสมชุดใหม่ต้องกลับมาทบทวนโครงบรอดแบนด์แห่งชาติเสียใหม่ เนื่องจากประเทศออสเตรเลียต้องการเพิ่มความเร็วการให้บริการอินเตอร์เน็ตให้สูงขึ้นจากปัจจุบัน ซึ่งมีความเร็วเฉลี่ยแค่ 4.8 Mbps ซึ่ค่อนข้างต่ำเมื่อเทียบกับประเทศที่พัฒนาแล้ว หรือในภูมิภาคเอเซียแปซิฟิก


Average Connection Speed by Asia Pacific Country/Region; Sources: Akamai Technologies, Inc

นโยบายใหม่สร้างการโต้แย้งกันอย่างกว้างขวางทั้งผู้ที่เห็นด้วยและเห็นแย้ง ฝ่ายที่เห็นด้วยต้องการลดงบประมาณและระยะเวลาการติดตั้งเพื่อเพิ่มความเร็วอินเตอร์เน็ตของประเทศ ฝ่ายที่เห็นแย้งได้ยืนยันความคุ้มค่าของโครงการเดิม ซึ่งผ่านการศึกษามาอย่างรอบคอบและยืนยันหนักแน่น  FTTP คืออนาคตของบรอดแบนด์ และโต้แย้งว่ารัฐบาลใช้โครงการบรอดแบนด์แห่งชาติเป็นเครื่องมือทางการเมือง

อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายก็เห็นตรงกัน FTTP คืออนาคตของบรอดแบนด์

Sources: NBN Co; Illustration: Emily Cooper; IEEE





เกี่ยวข้อง

  1. The Rise and Fall of Australia’s $44 Billion Broadband Project

Thursday, December 19, 2013

สถานะของ Mobile vs Fixed Broadband

การเติบโตของ Broadband Internet ในหลายประเทศโดยเฉพาะกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว มีสัญญาญบางอย่างที่น่าศีกษาเป็นอย่างยิ่ง ซึ่งจากการเปิดเผยข้อมูลโดย Organisation for Economic Co-operation and Development (OECD) ตั้งแต่ปี 2002-2012 สรุปให้ง่ายดังนี้

  1. แนวโน้ม Mobile Broadband Subscription สูงขึ้นมากและในบางประเทศเริ่มสูงกว่าจำนวนประชากรแล้ว เช่นที่เกาหลีใต้ และ สวีเดน
  2. แนวโน้ม Fix Broadband Subscription โตช้าลงและถึงจุดอิ่มตัวที่จำนวน Subscription ไม่เกิน 40 Subscription ต่อประชากร 100 คน ซึ่งสูงกว่าของประเทศไทยมากที่มีแค่  7% เท่านั้นเอง
**Note**
การวัด Fixed Broadband เทียบต่อคนอาจดูขัดแย้งความรู้สึกไปบ้าง ปกติมักวัดเทียบกับจำนวนครัวเรือน
น่าเสียดายไม่มีข้อมูลของประเทศไทยในรายงานนี้

Fixed Broadband
  1. มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2002 และโตช้าลงหลังจากปี 2008 ซึ่งมีแนวโน้มมีการอิ่มตัวแล้ว
  2. มีจำนวน Subscription เฉลี่ย 26.0 Subscription ต่อประชากร 100 คน
  3. มีจำนวน Subscription ต่ำสุดที่ประเทศออสเตรเลีย มีจำนวน 24.6 Subscription ต่อประชากร 100 คน
  4. มีจำนวน Subscription สูงสุดที่ประเทศเดนมาร์ก มีจำนวน 38.3 Subscription ต่อประชากร 100 คน แซงเกาหลีใต้ได้หวุดหวิดซึ่งมีจำนวน 36.2 Subscription ต่อประชากร 100 คน และอันดับสามตามมาติดๆ เป็นของประเทศนอร์เวย์ ซึ่งมีจำนวน 36.1 Subscription ต่อประชากร 100 คน  

Mobile Broadband

  1. มีการเติบโตอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2002 แม้ว่าจะเริ่มโตช้าลงบ้างหลังจากปี 2008 
  2. มีจำนวน Subscription เฉลี่ย 56.6 Subscription ต่อประชากร 100 คน
  3. มีจำนวน Subscription ต่ำสุดที่ประเทศไอซ์แลนด์ มีจำนวน 64.7 Subscription ต่อประชากร 100 คน
  4. มีจำนวน Subscription สูงสุดที่ประเทศเกาหลีใต้ มีจำนวน 104.2 Subscription ต่อประชากร 100 คน อันดับสองเป็นของประเทศสวีเดน ซึ่งมีจำนวน 101.8 Subscription ต่อประชากร 100 คน และอันดับสามเป็นของประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีจำนวน 97.4 Subscription ต่อประชากร 100 คน  
**Note** จำนวน Subscription ไม่ได้หมายถึงจำนวน Mobile Device

Source: Organisation for Economic Co-operation and Development, IEEE

Monday, December 16, 2013

Fixed Broadband ในประเทศไทย


ข้อมูลที่เผยแพร่ผ่าน web site ของ กสทช. เกี่ยวกับจำนวน Fixed Broadband ในประเทศไทย ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2545 ถึง 2556 ไตรมาสที่ 3 มีข้อสรุปที่น่าสนใจ ดังนี้

  1. จำนวนลูกค้า (Subscriber) ของไทยเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องลักษณะเป็นเชิงเส้น ปีละ 560,000 กว่าราย
  2. อัตราการเติบโตมีแนวโน้มลดลง จาก 17.38% ในปี พ.ศ. 2554 เป็น 12.95% ในปี 2556 
  3. จำนวนลูกค้า Fixed Broadband มีเพียง 7.07% ของจำนวนประชากรเท่านั้น
  4. จำนวนลูกค้า Fixed Broadband มีเพียง 23.6% ของจำนวนครัวเรือนเท่านั้น
  5. จำนวนลูกค้า Fixed Broadband ในไตรมาสที่ 3 ปี 2556 มีทั้งหมด  4,722,369 ราย
Fixed Broadband ในประเทศไทยใช้เทคโนโลยีผ่านสายทองแดงเป็นหลัก เช่น ADSL, VDSL ที่ให้บริการผ่านสายโทรศัพท์ และ DOCSIS ที่ให้บริการผ่านสายเคเบิลทีวี ส่วนเทคโนโลยีสายใยแก้วนำแสงหรือ FTTH นั้นยังอยู่ในช่วงเริ่มต้น 

อย่างไรก็ดี ADSL เป็นเทคโนโลยี Fixed Broadband ที่มีการใช้งานมากที่สุดในประเทศไทย


สถานะ Fixed Broadband ในประเทศไทย

จำนวน Fixed Broadband ต่อจำนวนประชากร



จำนวน Fixed Broadband ต่อจำนวนครัวเรือน